Wellness Tourism 2025 กลยุทธ์และเทรนด์ที่ผู้ประกอบการควรรู้

 

ปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะตลาด Wellness Tourism ทั่วโลก คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% โดยประเทศไทยถูกผลักดันให้เป็น Medical & Wellness Hub ผ่านนโยบายรัฐและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวหลังโควิด-19 เปลี่ยนจากเน้นปริมาณและความรวดเร็ว สู่การแสวงหาความสงบ สุขภาพที่ดี และประสบการณ์ที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น 

Wellness Tourism คืออะไร? ทำไมปี 2568 นี้ถึงต้องจับตามากขึ้น 

Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นการเดินทางที่มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น สปา โยคะ รีทรีต ทำสมาธิ อาหารเพื่อสุขภาพ และการบำบัดทางเลือก กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 Quality service   

 

เทรนด์ Wellness Tourism มีอะไรบ้าง?

  • Holistic Healing สุขภาพองค์รวม นั่นหมายถึง นักท่องเที่ยวมองหาโปรแกรมที่ผสมผสานโยคะ สมาธิ พลังบำบัด (energy healing) อโรมาเธอราพี และการแพทย์ทางเลือก รีทรีตแบบองค์รวมที่เน้นทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ กำลังได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงและชาวต่างชาติ

Wellness

  • Digital Detox Travel ปลดปล่อยจากเทคโนโลยี มุมนี้คือความต้องการ retreat โดยที่ไม่มี Wi-Fi หรือจำกัดการใช้มือถือเพิ่มขึ้นอย่างมาก โปรแกรมที่เน้นการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น forest bathing, mindfulness walks, และ silent retreats ตอบโจทย์กลุ่มคนเมืองและวัยทำงาน
  • Personalized Wellness สุขภาพเฉพาะบุคคล การใช้เทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ (biometrics) ถูกนำมาใช้เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับแต่ละบุคคล เช่น โภชนาการตามกรุ๊ปเลือด โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะอาการ ลูกค้าคาดหวังการประเมินสุขภาพเบื้องต้นและแผนดูแลที่ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์
  • Local & Authentic Wellness ประสบการณ์ท้องถิ่นแท้จริง เป็นการเข้าร่วมกิจกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมไทย เช่น อบสมุนไพร นวดแผนไทย การทำอาหารพื้นบ้านแบบคลีน เป็นจุดขายสำคัญที่สร้างความแตกต่าง การผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับมาตรฐานสากลช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืน

Thai Herbs

  • Regenerative Travel การท่องเที่ยวเพื่อการฟื้นฟู กล่าวคือ นักท่องเที่ยวต้องการเที่ยวในลักษณะการเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูธรรมชาติและชุมชน เช่น ปลูกต้นไม้ ทำกิจกรรม CSR หรือเข้าร่วมโครงการเยียวยาจิตใจ ซึ่งโมเดล regenerative tourism นี้ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

นักท่องเที่ยวกลุ่ม wellness มีแนวโน้มพักอยู่ยาวมากขึ้น และใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมในกิจกรรมอื่นๆ  โดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติ ที่มองหาประสบการณ์แบบองค์รวมและพรีเมียม ความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายหลัก พฤติกรรมหรือความต้องการหลัก รวมถึงกิจกรรมและบริการที่เป็นที่นิยม บทความนี้ ขอสรุป Insight ลูกค้า Wellness ปี 2025 มาให้  ดังนี้ 

 

กลุ่มเป้าหมาย

พฤติกรรม/ความต้องการหลัก

ตัวอย่างกิจกรรม/บริการที่นิยม

Gen Z & Millennials

เน้นสมดุลชีวิต, mental fitness, ethical consumption

breathwork, sound healing, eco-retreats

Silver Age (50+)

ต้องการฟื้นฟูสุขภาพ, ความปลอดภัย, ความสะดวกสบาย

นวดบำบัด, โภชนาการ, โปรแกรมฟื้นฟู

ตลาดจีน

ชอบ traditional healing ผสมความหรูหรา

สมุนไพร, นวดแผนไทย, detox

ตลาดรัสเซีย

เน้นโปรแกรมเข้มข้น, sports recovery

detox, sports therapy, wellness clinic

ตลาดยุโรป

ชอบ retreat ที่สงบ เรียบง่าย มีวัฒนธรรม

ทำสมาธิในวัด, อบสมุนไพร, local cooking

แนวทางสำหรับผู้ประกอบการด้าน Wellness

โรงแรม/รีสอร์ท  ออกแบบ Wellness Experience ที่ครอบคลุม

โซนสมาธิ โยคะ มุมอาหารคลีน ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก

  • สร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับกิจกรรมสมาธิและโยคะ เช่น ห้องโยคะวิวธรรมชาติ หรือศาลาสำหรับนั่งสมาธิ
  • จัดสรรโซนอาหารคลีนในห้องอาหาร เช่น เมนู plant-based, อาหารปลอดกลูเตน, น้ำผลไม้ cold-pressed
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในทุกจุดสัมผัสของลูกค้า ตั้งแต่ amenities ในห้องพักไปจนถึงผลิตภัณฑ์สปา

กิจกรรมประจำสัปดาห์

  • จัดกิจกรรม wellness อย่างต่อเนื่อง เช่น walking meditation (สมาธิขณะเดิน), sound bath (บำบัดด้วยเสียง), art for healing (ศิลปะบำบัด)
  • เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมานำกิจกรรม เพื่อสร้างความแตกต่างและสร้าง community ของผู้เข้าพัก

การลงทุนในเทคโนโลยี

  • ใช้ระบบ CRM และ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เพื่อนำเสนอประสบการณ์ส่วนบุคคล เช่น โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
  • ติดตั้งอุปกรณ์ smart wellness เช่น sleep tracker, lighting ที่ปรับตามจังหวะชีวภาพ (circadian rhythm)
  • พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับจองกิจกรรม wellness, รับคำแนะนำสุขภาพ และติดตามผลสุขภาพระหว่างเข้าพัก
ธุรกิจสปา/บริการสุขภาพ ปรับเมนูและบริการให้ตอบโจทย์เทรนด์

ปรับเมนูบริการ

  • เพิ่มเมนู therapeutic massage ที่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะ เช่น นวดแก้ออฟฟิศซินโดรม, นวดฟื้นฟูนักกีฬา
  • ใช้สมุนไพรท้องถิ่นในสูตรการนวดหรืออบไอน้ำ เช่น ขมิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูด เพื่อสร้างจุดขายเฉพาะตัว
  • นำเสนอ touchless therapy เช่น sound healing, light therapy, หรือ hydrotherapy ที่ไม่ต้องสัมผัสตัว

Wellness Consultant

  • มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาก่อนและหลังบริการ เช่น การประเมินสุขภาพเบื้องต้น, แนะนำโปรแกรมที่เหมาะสม
  • ให้บริการติดตามผลสุขภาพหลังรับบริการ เช่น ส่งข้อมูลผ่านแอป หรือให้คำแนะนำออนไลน์

ออกแบบแพ็กเกจที่ยืดหยุ่น

  • สร้างแพ็กเกจที่ผสมผสานกิจกรรมหลากหลาย เช่น นวด+sound bath+สมาธิ
  • ให้ลูกค้าเลือกปรับเปลี่ยนกิจกรรมหรือบริการตามความต้องการและงบประมาณ
บริษัททัวร์ Wellness / Retreat Organizer สร้างประสบการณ์ที่มีเป้าหมายชัดเจน

วางโครงสร้างทริปตามกลุ่มเป้าหมาย

  • ทริปฟื้นฟูผู้ป่วย เน้นการฟื้นฟูร่างกาย เช่น โยคะบำบัด, อาหารสุขภาพ, กิจกรรมผ่อนคลาย
  • ทริปสุขภาพจิต กิจกรรมเน้น mindfulness, sound healing, art therapy
  • ทริปสำหรับคนทำงานหนัก กิจกรรม digital detox, forest bathing, coaching ด้าน mental fitness

กิจกรรมและไกด์ผู้เชี่ยวชาญ

  • จัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาชัดเจนและวัดผลได้ เช่น เวิร์กช็อปพัฒนาสุขภาพจิต, กิจกรรมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างพลังใจ
  • ใช้ไกด์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น นักจิตวิทยา นักโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะ

สร้างพันธมิตร

  • ร่วมมือกับโรงแรม, สปา, คลินิกสุขภาพ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างแพ็กเกจที่ครบวงจรและน่าเชื่อถือ
  • สร้างเครือข่าย Wellness Network เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และทรัพยากร

 

กลยุทธ์สำคัญสำหรับธุรกิจ Wellness

กลยุทธ์

แนวทางดำเนินการ

Collaboration

– สร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม เช่น โรงแรมจับมือกับคลินิกสุขภาพเพื่อออกแบบโปรแกรม wellness retreat แบบครบวงจร

– จับมือกับบริษัทเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาแอปหรืออุปกรณ์ wellness เฉพาะทาง

– ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นและชุมชนเพื่อสร้างประสบการณ์ wellness ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

Certification & Quality

– ลงทุนในมาตรฐานสากล เช่น Global Wellness Institute (GWI), ISO Wellness, หรือ WELL Building Standard เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์

– จัดอบรมพนักงานให้เข้าใจมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

– สื่อสารจุดแข็งด้านมาตรฐานคุณภาพในการทำตลาด

Sustainability

– นำแนวคิด regenerative tourism มาพัฒนา เช่น การปลูกป่า การฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่รีทรีต

– ลงทุนในโครงการ carbon-neutral wellness retreats เช่น ใช้พลังงานสะอาด ลดการใช้พลาสติก ลดคาร์บอนฟุตพรินต์

– สร้างกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่น CSR ด้านสุขภาพ, การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

Digital Integration

– ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เช่น ระบบจองบริการ wellness, ระบบติดตามสุขภาพ, ระบบประเมินผลลัพธ์การเข้าร่วมโปรแกรม

– พัฒนาแอป wellness สำหรับลูกค้า เช่น แอปติดตามสุขภาพ, แอปแนะนำกิจกรรมที่เหมาะสม

ตัวอย่างความสำเร็จของ Wellness Tourism ในประเทศไทย

  • โครงการ Wellness Village เชียงใหม่ เป็นโมเดลเมืองแห่งสุขภาพและการพักผ่อนที่ครบวงจร โดยรวมที่พัก สปา ร้านอาหารสุขภาพ และกิจกรรมชุมชนในพื้นที่เดียว ที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ 100% เช่น ปลูกผักอินทรีย์เอง มีโฮมสเตย์ที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน เช่น ปลูกสมุนไพร เรียนทำบาล์ม หรือนวดไทยพื้นบ้าน โดยโครงการนี้ตอบโจทย์เทรนด์ Local & Authentic Wellness และ Regenerative Travel ที่เน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชนและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

forest bathing

  • Forest Retreat/ Forest Bathing/ Forest Retreat ในเชียงใหม่ เช่น โปรแกรม Forest Bathing ที่ Lisu Lodge และ Araksa Tea Garden ผสมผสานการเดินป่าอย่างมีสติ (Shinrin Yoku) ฝึกสมาธิ นั่งเงียบ และทานอาหารที่เป็นพืชล้วน ตลอดจนมีกิจกรรม sound healing, herbal steam bath, เวิร์กช็อปชิมชา และการมีส่วนร่วมกับชุมชนชาวเขา ซึ่งเหมาะกับกลุ่มที่ต้องการ digital detox และ holistic healing โดยได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ
  • โรงแรมและรีสอร์ทระดับโลกที่เน้น Wellness นั่นก็คือ Four Seasons Resort Chiang Mai ได้รับการยอมรับในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน wellness ระดับสากล มีโปรแกรม mindfulness, forest bathing, sound healing, และ spa ที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับมาตรฐานสากล ซึ่งรีสอร์ทนี้เน้นการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น เดินสมาธิในทุ่งนา ปลูกข้าว และกิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีโปรแกรม Wara Cheewa Spa ใช้สมุนไพรท้องถิ่น และเทคนิคการบำบัดแบบไทยร่วมกับศาสตร์สมัยใหม่

Wellness 2

  • โปรแกรม Wellness Community-Based ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือของไทย มีการพัฒนาโปรแกรม Wellness Tourism แบบมีส่วนร่วมของชุมชน เช่น การอบสมุนไพร นวดแผนไทย การเรียนทำอาหารสุขภาพ และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม การผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น กับนโยบายสนับสนุนจากรัฐช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้อีกด้วย
  • ธุรกิจสปาและคลินิกสุขภาพ ธุรกิจสปาและคลินิกสุขภาพไทย เช่น BDMS Wellness Clinic, Anantara Spa  ได้รับประโยชน์จากกระแส Wellness Tourism มีการพัฒนาแพ็กเกจสุขภาพเฉพาะบุคคล เช่น เวชศาสตร์ป้องกัน นวดบำบัด และการใช้สมุนไพรท้องถิ่น เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการประสบการณ์แบบองค์รวม

Wellness 3

เมื่อพิจารณาถึง Wellness Tourism จะเห็นได้ว่ามีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคม อุตสาหกรรม Wellness Tourism ของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแนวโน้มอยู่ยาวขึ้นและใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ย การพัฒนา Wellness Tourism ยังช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของไทยในการพัฒนา Wellness Tourism ทั้งในระดับชุมชนและธุรกิจเอกชน ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น นวัตกรรม และมาตรฐานสากล เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าและยั่งยืนสำหรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่

อาจกล่าวได้ว่า Wellness Tourism ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ธุรกิจที่ลงทุนตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโปรแกรมบริการ ปรับภาพลักษณ์องค์กร หรือเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เช่น เมนูอาหารสุขภาพ หรืออบรมพนักงาน จะได้เปรียบในระยะยาว ถือว่าปีนี้ เป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจด้าน Wellness ที่สำคัญไม่ควรมองข้าม ซึ่งจะกลายเป็นตลาดหลัก ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม ซึ่งผู้บริโภคต้องการประสบการณ์สุขภาพที่จริงใจและยั่งยืน ดังนั้น ผู้ประกอบกาด้าน Wellnessร ควรมองหาโอกาสสร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมในทุกมิติที่ครบองค์ประกอบของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย  ธุรกิจที่เริ่มเร็ว ย่อมได้เปรียบ และสร้างรายได้ระยะยาวในลักษณะที่ยั่งยืนอีกด้วย 

Love and Share…..Beauty Town 

ที่มาอ้างอิง: 

https://evrimagaci.org/tpg/thailands-wellness-economy-set-for-rapid-growth-by-2025-197698

  • WELLNESS TOURISM INITIATIVE

https://globalwellnessinstitute.org/initiatives/wellness-tourism/wellness-tourism-initiative-trends/

  • Wellness travel trends in 2025 and beyond

https://insights.ehotelier.com/insights/2025/04/04/wellness-travel-trends-in-2025-and-beyond/

  • Thailand 2025: Excellence and Innovation in Wellness Tourism

https://trusteddmc.com/news/1519-thailand-2025-excellence-and-innovation-in-wellness-tourism.aspx